เคล็ดลับดูแลสีของรถยนต์ ให้ดูสดใหม่ราวกับป้ายแดง

0 Comments

เคล็ดลับดูแลสีของรถยนต์-ให้ดูสดใหม่ราวกับป้ายแดง

รู้มั้ย รถยนต์ที่เราขับเปรียบเสมือนหน้าตาของเราด้วย  หากเราหมั่นดูแลทำความสะอาด ไม่ว่าจะรถยนต์สีอะไร หากรักษาให้เงาวับอยู่เสมอ ไปจอดที่ใด ใคร ๆ ก็หันมาชื่นชม พลอยทำให้เจ้าของรถรู้สึกภูมิใจไปด้วย วันนี้สาระดี ๆ เกี่ยวกับการรักษาสภาพสีของรถยนต์ ที่จะทำให้รถยนต์ของคุณดูสดใหม่ ไม่หม่นหมอง และสะดุดตาแก่ผู้พบเห็นกันด้วยวิธีต่อไปนี้

ล้างรถยนต์บ่อย ๆ

อย่างน้อยเดือนละครั้งก็ยังดี โดยเฉพาะรถที่จะต้องขับออกไปเจอฝุ่นควันตามท้องถนนทุกวัน หากละเลยไม่ค่อยล้างทำความสะอาด พวกคราบต่าง ๆ ก็จะติดแน่นกับพื้นผิวของรถยนต์ทำให้ล้างออกยากไม่หมดจด  และทำให้รถดูหม่นหมอง โดยเฉพาะรถยนต์สีขาว จะสังเกตเห็นได้ง่ายกว่าสีอื่น

เลือกจอดรถในที่ร่มเสมอ

ไม่ว่าจะน้ำค้างตอนกลางคืน ฝนตก หรือแดดจ้า ก็ล้วนมีผลต่อสีของรถได้ทั้งสิ้น เพราะจะทำให้สีของรถด่างเร็ว และซีดลง ไม่ว่ารถจะราคาแพงแค่ไหน สภาพอากาศก็ทำร้ายได้ทั้งนั้น การเลือกจอดในที่ร่มไว้ก่อน เป็นการคงสภาพสีรถให้สดใสอีกยาวนาน

เมื่อพบคราบรีบกำจัดออกทันที

จากที่แนะนำให้จอดในที่ร่ม บางทีอาจจะเจอปัญหายางไม้ มูลนก หรือผลของต้นไม้ตกใส่ เมื่อเห็นแล้วให้รีบเช็ดออกทันที เพราะคราบที่เกิดจากธรรมชาติเหล่านี้ จะมีความเป็นกรดอ่อน ๆ แต่เมื่อติดอยู่กับพื้นผิวของรถนาน ๆ ก็ทำให้กัดกร่อนสีรถยนต์ และทำลายแลคเกอร์ที่เคลือบรถยนต์ทำให้เกิดเป็นคราบดวง ๆ ทิ้งไว้กับผิวรถ

การติดฟิล์มกันรอย

ฟิล์มกันรอยก็เป็นเหมือนสติ๊กเกอร์ใสที่มาหุ้มรถยนต์ จะช่วยในเรื่องกันเศษหิน เศษแมลงต่าง ๆ ที่จะทำให้เกิดรอยเล็บแมว วิธีนี้ค่าใช้จ่ายจะค่อนข้างสูงนิดหนึ่ง จะสังเกตได้ว่าพวกรถราคาแพง ๆ จะนิยมรักษาสภาพสีรถกันด้วยวิธีนี้เยอะมาก

การเคลือบผิว

การเคลือบสีรถยนต์

วิธีนี้ก็มีค่าใช้จ่ายแพงเช่นกัน อย่างที่เคยได้ยินกันว่าเคลือบแก้ว จะทำให้ผิวของรถมีความหนาขึ้น และมีความแวววาว ใส ทำความสะอาดได้ง่าย เพราะเป็นการเคลือบทับพื้นผิวรถยนต์ทั้งคัน วิธีนี้มีข้อดีคือ เวลาถ้าเราขับรถยนต์ไปแล้วเจอเศษหิน มันจะกระเทาะโดนรถแค่นิดเดียว จะโดนแค่ผิวภายนอกที่เคลือบแก้วไว้เท่านั้น

การขัดสีรถยนต์

วิธีนี้จะเป็นการดึงสีรถให้กลับมาสวยสดใสเหมือนออกรถป้ายแดง แต่ข้อเสียคือจะทำให้ผิวของรถบางขึ้น แนะนำว่าควรขัดสี 2 ปีต่อครั้ง และหาช่างที่มีประสบการณ์ไว้ใจได้

นี้ก็เป็นวิธีการบำรุงรักษาสีของรถยนต์ด้วยวิธีที่แสนง่าย ที่จะช่วยถนอมสีของรถและยืดอายุของสีรถให้สวยเหมือนใหม่ตลอดเวลา แนะนำกันอีกนิดว่าหากเลี่ยงไม่ได้จำเป็นจะต้องจอดรถไว้ที่กลางแจ้ง ควรจะหาผ้าคลุมรถไว้เพื่อป้องกันฝุ่นละลอง น้ำจากฟ้า และแสงแดด

5 สัญญาณเตือนไฟหน้าปัด ที่คนมีรถยนต์ต้องรู้

0 Comments

5-สัญญาณเตือนไฟหน้าปัด-ที่คนมีรถยนต์ต้องรู้

ทุกวันนี้มีจำนวนคนใช้รถยนต์ส่วนตัวกันเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ อาจจะเป็นเพราะความสะดวกสบาย ความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดสรรเวลาได้ด้วยตนเอง แต่รถเมื่อใช้งานไปนาน ๆ ย่อมเสื่อมสภาพตามกาลเวลา หรือมีการงอแงเล็กน้อยบ้าง และสัญญาณเตือนเกี่ยวกับรถยนต์ที่น่าอันตราย ที่คนมีรถต้องรู้และไม่ควรละเลย มีอะไรบ้างนั้น

ไฟเตือนระบบเบรก

          หลายคนอาจจะคิดแค่ว่าเมื่อสัญญาณไฟนี้เตือนขึ้นมา อาจจะลืมปลดเบรกมือ หรือปลดไม่สุด แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่แค่นั้น ไฟเตือนนี้บอกได้ถึงระบบเบรกกำลังมีปัญหา หรือน้ำมันเบรกอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่าปกติ และในรถยนต์บางคันที่มีระบบ ABS สัญญาณไฟเตือนก็อาจฟ้องได้ว่ากำลังมีปัญหาของระบบป้องกันล้อล็อคของ ABS

ไฟเตือนระบบเครื่องยนต์

          นี่เป็นสัญญาณที่น่าใจหายสำหรับคนขับรถเช่นกัน เพราะเหมือนกับว่าจะต้องลากันไปข้างหนึ่งแล้ว หรือไม่ก็คงซ่อมหนักพอสมควร แต่ปัจจุบันการก้าวล้ำของเทคโนโลยีนำมาช่วยในเรื่องการบำรุงรักษารถยนต์คือ เมื่อสัญญาณไฟเตือนระบบรถยนต์ขึ้นมา อย่าเพิ่งตกใจไปก่อน เพราะอาจจะมีสาเหตุที่ปิดฝาถึงน้ำมันไม่สนิท และมีอีกหลายสาเหตุคือ ท่อลมชำรุดได้รับความเสียหาย หัวเทียนบอด หากขึ้นเพียงแค่ตำแหน่งเดียว ก็ค่อยเบาใจ แต่หากสัญญาณนี้ขึ้นร่วมกับสัญญาณไฟอื่น อันนี้ต้องเข้าศูนย์เช็คแล้วล่ะ

ไฟสัญญาเตือนของน้ำมันเครื่อง

          น้ำมันเครื่องปกติจะเปลี่ยนทุก ๆ ปี หรือทุกระยะ ตามที่กำหนด หากหลงลืมและทำให้น้ำมันเครื่องต่ำกว่าเกณฑ์ จนไม่สามารถไปหล่อเลี้ยงระบบการทำงานของรถได้ไม่ทั่วถึง หากทนฝืนใช้ไปนาน ๆ ทำให้รถพังได้ ฉะนั้นหากสัญญาณนี้ขึ้นมา ก็ควรเช็คเรื่องของน้ำมันเครื่องด้วย

ไฟสัญลักษณ์ ABS

          การทำงานของระบบ ABS จะเป็นคนละส่วนกับเบรก ซึ่งรถยนต์รุ่นเก่าอาจจะไม่มีระบบนี้ ABS จะช่วยชะลอการหยุดรถของการเบรก คือ เมื่อเกิดการเบรกกะทันหันบนท้องถนนจนล้อล็อค ระบบ ABS ช่วยให้เกิดการทรงตัวของรถเวลาเบรกฉุกเฉินด้วยความเร็ว ลดการไถลของรถและการพลิกคว่ำ ที่จะเป็นอันตรายแก่ชีวิตได้

ไฟสัญญาณรูปปรอท อุณหภูมิของรถ

          หากสัญญาณนี้เตือนขึ้นมา เป็นสิ่งที่เตือนถึงความร้อนในห้องเครื่องยนต์ การความผิดปกติของระบบระบายอากาศในเครื่องยนต์ จึงต้องหยุดและเช็ครถทันที หากฝืนที่จะขับต่อ รถอาจเกิดอาการ Over Heat เครื่องยนต์มีการทำงานอย่างต่อเนื่อง และมีความร้อนจนถึงขีดจำกัด เกินกำลังของเครื่องยนต์จะทำงานต่อได้ เสี่ยงรถพังและสร้างความเสียหายให้กับเครื่องยนต์มาก

นี่เป็นสัญญาณเตือนของไฟหน้าปัดรถยนต์ที่เป็นสีแดง สีแดงคืออาการของเครื่องยนต์ที่ควรหมั่นตรวจเช็คสภาพอยู่สม่ำเสมอ และถ้าทนฝืนขับรถในระยะยาวและทางไกล ก็เสี่ยงที่จะอำลารถคันโปรดของคุณได้เร็วกว่าที่คิด

รู้หรือไม่ ทำไมจึงควรเปลี่ยนยางรถยนต์ตามอายุที่เหมาะสม

0 Comments

หนึ่งในอุปกรณ์สำคัญของรถยนต์ทุกคันที่ต้องหมั่นเอาใจใส่มากเป็นพิเศษก็คือยางรถยนต์ ด้วยความที่อุปกรณ์นี้ต้องสัมผัสกับพื้นถนนตลอดเวลาจึงทำให้เกิดการสึกหรอได้ง่ายกว่าส่วนอื่น ๆ และอย่าลืมว่าหากขับรถที่ยางมีปัญหาโอกาสเกิดอันตรายมีสูงมาก ๆ ด้วยเหตุนี้จึงสังเกตว่าเมื่อถึงช่วงเวลาในการเปลี่ยนยางใหม่ช่างมักต้องให้เปลี่ยนทันที อย่าปล่อยทิ้งเอาไว้ และนี่คือเหตุผลที่บอกได้ว่าการเปลี่ยนยางให้รถยนต์ตามอายุมีสิ่งดี ๆ ให้กับผู้ขับขี่มากมาย

  1. ประหยัดนำมันในแบบที่คุณคาดไม่ถึง – ยางใหม่จะมีผิวสัมผัสที่ยึดแน่นเกาะถนนดีกว่าส่งผลให้ตัวรถสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างเต็มสมรรถนะ เนื้อยางและส่วนประกอบทั่วไปมีความยืดหยุ่นที่เหมาะสม ยิ่งรถที่วิ่งโดยไม่มีอะไรเป็นอุปสรรคจะช่วยทำความเร็วในระดับปกติได้ดี เป็นการประหยัดน้ำมันที่บอกเลยว่าดีต่อใจมาก ๆ
  2. ประสิทธิภาพการทรงตัวของรถสูงกว่าเดิม – ยิ่งยางรถยนต์สึกหรอมากเท่าไหร่สมรรถนะในการขับขี่ก็ด้อยลงเท่านั้น โอกาสเกิดอุบัติเหตุจึงมีสูงมาก การเปลี่ยนยางใหม่ตามระยะเวลาที่เหมาะสมจะช่วยทำให้การทรงตัวของรถมีประสิทธิภาพดี ไม่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายระหว่างขับขี่ แถมยังลดความเสี่ยงยางระเบิดเพราะตัวรถมีน้ำหนักในการขับขี่ไม่เท่ากันอีกด้วย
  3. ขับสบาย นุ่มนวล เงียบ – สังเกตว่ายางที่ถูกใช้งานมานานหน้ายางจะแข็งกว่าปกติจึงทำให้เวลาขับขี่แล้วเกิดการกระแทกแรง ๆ เข้ามายังห้องผู้โดยสารได้บ่อยครั้ง อีกทั้งยังมีเสียงดังเวลาล้อกระทบกับพื้นผิวถนนอีกด้วย การเปลี่ยนยางตามรอบที่เหมาะสมจะทำให้ได้หน้ายางใหม่ เกาะพื้นถนนดีเยี่ยม เงียบ ไม่รู้สึกกระแทกหรือแข็งมากจนเกินไปนัก โดยรวม ๆ คือ รถมีความนุ่มนวลมากขึ้นกว่าเดิม
  4. ควบคุมระยะการเบรกได้ดีกว่า – ด้วยความที่ยางใหม่เกาะถนนมากกว่าอยู่แล้ว การควบคุมระยะเบรกก็จะทำได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องกลัวลื่นไถลหรือเบรกไม่อยู่ ตัวยางจะยึดติดกับพื้นถนนได้ดี โอกาสเกิดอุบัติเหตุก็น้อยลงตามไปด้วย ใครที่ชอบขับรถเร็วยิ่งต้องเปลี่ยนยางตามกำหนดอย่าให้ขาดเพราะโอกาสเกิดอันตรายหรือความประมาทจนนำมาซึ่งเรื่องสูญเสียมีสูง

ขับรถอย่างปลอดภัย

เมื่อรู้แบบนี้แล้วลองเช็คยางรถยนต์ของคุณดูก่อนออกไปไหนมาไหนว่าถึงเวลาที่ควรต้องเปลี่ยนแล้วหรือยัง อย่ามองว่ายางมีราคาแพงเพราะชีวิตสำคัญกว่าอีกหลายเท่า การขับขี่ที่ปลอดภัยจุดแรกที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษคืออุปกรณ์ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของตัวรถนั่นเอง เพื่อคุณจะได้สบายใจทุกการขับขี่

Facebook

Recent Posts

Recent Comments

    Archives

    Categories

    Loading

    Share with:

    Facebook Twitter Google LinkedIn Pinterest